คู่มือวิธีคำนวณดอกเบี้ยและค่างวดกู้บ้าน/คอนโด (ฉบับลดต้นลดดอก)
การคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยใช้ระบบ “ลดต้นลดดอก” (Effective Rate) ซึ่งคิดดอกเบี้ยตามจำนวนเงินต้นคงเหลือจริงรายวัน การเข้าใจวิธีคำนวณล่วงหน้าจะช่วยให้วางแผนค่างวด คาดการณ์ระยะเวลาปลดหนี้ และวางกลยุทธ์โปะบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เคสตัวอย่างสำหรับใช้คำนวณจริง (สมมุติฐาน):
- วงเงินกู้คงเหลือเริ่มต้น: 2,000,000 บาท
- อัตราดอกเบี้ย: 4.0% ต่อปี
- จำนวนวันในงวด (เดือนนั้น): 30 วัน
- ค่างวดผ่อนชำระที่ตั้งไว้: 11,000 บาท/เดือน
2 ขั้นตอนคำนวณดอกเบี้ยและการตัดเงินต้น
ขั้นที่ 1: คำนวณดอกเบี้ยประจำงวด
นำเงินต้นคงเหลือ คูณ อัตราดอกเบี้ย คูณ จำนวนวันในงวด แล้วหารด้วย 365 วัน (หรือ 366 วันในปีอธิกสุรทิน)
- สูตร: ( เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันในงวด ) ÷ 365
- วิธีคิด: ( 2,000,000 x 0.04 x 30 ) ÷ 365
- ดอกเบี้ยในงวดนี้: 6,575.34 บาท
ขั้นที่ 2: คำนวณการตัดเงินต้นและยอดเงินต้นคงเหลือใหม่
นำค่างวดผ่อนชำระประจำเดือน หักลบด้วยดอกเบี้ยประจำงวดที่คำนวณได้ ส่วนที่เหลือจะนำไปลดเงินต้น
- เงินต้นที่ถูกตัด: 11,000 – 6,575.34 = 4,424.66 บาท
- เงินต้นคงเหลือยกไปเดือนถัดไป: 2,000,000 – 4,424.66 = 1,995,575.34 บาท
(ในเดือนถัดไป ธนาคารจะนำยอดเงินต้นคงเหลือใหม่ 1,995,575.34 บาท มาใช้เป็นฐานในการคิดดอกเบี้ยซ้ำตามขั้นตอนเดิม)
วิธีประเมินค่างวดผ่อนต่อเดือนเบื้องต้น (Estimated Installment)
สถาบันการเงินมักใช้หลักประเมินค่างวดชำระเบื้องต้นที่ประมาณ 6,000 – 7,000 บาท ต่อวงเงินกู้ 1,000,000 บาท (สำหรับระยะเวลาผ่อน 30 ปี)
- กู้ 2,000,000 บาท: ค่างวดผ่อนชำระจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 14,000 บาท/เดือน
- กู้ 3,000,000 บาท: ค่างวดผ่อนชำระจะอยู่ที่ประมาณ 18,000 – 21,000 บาท/เดือน
(สาเหตุที่ค่างวดจากธนาคารสูงกว่าดอกเบี้ยจริง เพื่อเผื่อวงเงินตัดเงินต้นและรองรับการปรับขึ้นของดอกเบี้ยลอยตัว MRR หลังหมดโปรโมชัน 3 ปีแรก)
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมช่วงปีแรกๆ ของการผ่อน ค่างวดที่จ่ายไปถึงตัดเงินต้นได้น้อยมาก?
เพราะเงินต้นในช่วงแรกยังมีมูลค่าสูงมาก (เช่น 2–3 ล้านบาท) เมื่อนำไปคำนวณตามสูตรลดต้นลดดอก ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจึงสูงตามไปด้วย เงินส่วนใหญ่ในค่างวดจึงถูกนำไปชำระดอกเบี้ยก่อน แต่เมื่อผ่อนไปเรื่อยๆ จนเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยรายเดือนจะลดลงตาม ส่งผลให้สัดส่วนเงินค่างวดไปตัดเงินต้นได้มากขึ้นเรื่อยๆ
การจ่าย “เงินโปะ” เพิ่มจากค่างวดปกติ มีผลต่อดอกเบี้ยอย่างไร?
เนื่องจากสินเชื่อบ้านคิดดอกเบี้ยลดต้นลดดอก เงินที่จ่ายเกินจากค่างวดปกติ (เงินโปะ) จะถูกนำไป ตัดเงินต้นทั้งหมด 100% ทันที ซึ่งจะทำให้เงินต้นคงเหลือลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ดอกเบี้ยในงวดถัดๆ ไปลดลงทันที และช่วยประหยัดดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาได้หลักแสนบาท
จำนวนวันในแต่ละเดือนส่งผลต่อดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายหรือไม่?
มีผลโดยตรง เพราะดอกเบี้ยบ้านคิดเป็นรายวัน เดือนที่มี 31 วันจะถูกคิดดอกเบี้ยมากกว่าเดือนที่มี 30 วัน หรือ 28 วัน ดังนั้น หากชำระค่างวดเท่ากันในทุกๆ เดือน เดือนที่มีจำนวนวันน้อยกว่าจะตัดเงินต้นได้มากกว่าเดือนที่มีจำนวนวันมากกว่า
ข้อมูลอ้างอิง
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT): เครื่องมือคำนวณสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GH Bank): วิธีคำนวณดอกเบี้ยบ้านและเงินงวดชำระประจำเดือน
- ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB): คู่มือเข้าใจการคิดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอก
- ธนาคารกสิกรไทย (KBank): เทคนิคการผ่อนบ้านและคำนวณค่างวดเบื้องต้น